IV Drip
IV Therapy

IV Drip

เปิดสวิตช์ความสดชื่น บูสต์ผิวโกลว์จากภายในด้วย “IV Drip” หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า การดริปวิตามินผิว ที่เป็นอีก 1 ทางเลือกในการดูแลสุขภาพผิวจากภายในสู่ภายนอก เป็นวิธีฟื้นฟูร่างกาย และผิวพรรณแบบเร่งด่วนด้วยการส่งวิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นเข้าสู่ร่างกายโดยตรง เป็นวิธีการที่รวดเร็ว และยอดนิยิมสำหรับคนยุคนี้ เพราะการดูแลผิวพรรณด้วยการทาครีม หรือการรับประทานอาหารเสริม อาจต้องใช้เวลานานในการเห็นผลลัพธ์ แต่การดริปวิตามินทำให้เห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากกว่าการรับประทานอาหารเสริมทั่วไป

https: //drive.google.com/file/d/1pdD4tcYFvdjjE0zKHpf1hPi7VmBKKQq-/view?usp=drive_link

file-1pdD4tcYFvdjjE0zKHpf1hPi7VmBKKQq-

IV Drip คืออะไร

IV Drip (Intravenous Micronutrient Therapy) หรือการดริปวิตามินผิว คือ นวัตกรรมการฟื้นฟูร่างกายและผิวพรรณ โดยการให้สารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ หรือสารต้านอนุมูลอิสระเข้มข้นเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ทางสายน้ำเกลือผ่านทางหลอดเลือดดำ และกระจายเข้าสู่เซลล์ทั่วร่างกายทันที ดูดซึมได้เต็มประสิทธิภาพเกือบ 100% ร่างกายจะฟื้นตัว และผิวพรรณกระจ่างใสได้อย่างรวดเร็ว เป็นทางลัดสุขภาพเพื่อแก้ไขปัญหาผิวหมองโทรม ร่างกายอ่อนล้าสะสม หรือภาวะขาดวิตามิน ช่วยให้ร่างกายได้รับสารบำรุงอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยในระบบทางเดินอาหาร

หลักการทำงานของ IV Drip

การทำงานคล้ายกับการให้น้ำเกลือในสถานพยาบาล โดยที่วิตามินสดเข้มข้น จะไหลเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ทำให้เซลล์ทั่วร่างกายสามารถดูดซึม และนำไปใช้ซ่อมแซม ฟื้นฟูเซลล์ที่เสื่อมสภาพได้ทันทีเกือบ 100%

สูตรของ IV Drip

GROOVE Clinic มี 3 สูตรวิตามินให้เลือกดังนี้

1BRIGHT & SHINE

  • ช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น ลดอาการภูมิแพ้ และลดโอกาสการเป็นไข้หวัด

2HEALTHY AURA

  • ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง อาการลดภูมิแพ้ และลดโอกาสการเป็นไข้หวัด

3SUPER AURA

  • ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใส เปล่งประกายมีออร่า พร้อมเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และลดอาการภูมิแพ้ ไข้หวัดอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ข้อดีของ IV Drip

  • เห็นผลลัพธ์รวดเร็วและชัดเจน: เหมาะมากสำหรับสายลุยงานหนัก นอนดึก หรือเครียดสะสมจนร่างพัง วิตามินจะวิ่งเข้าสู่เซลล์ทันที ช่วยลดความเหนื่อยล้า ฟื้นฟูร่างกาย หรือผิวพรรณแบบmyomu
  • บูสต์ผิวโกลว์ใส มีออร่า: สารต้านอนุมูลอิสระเข้มข้นและวิตามินซีจะช่วยดักจับอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปรับสีผิวให้เรียดเนียน ชุ่มชื้น และแต่งหน้าติดทนขึ้นอย่างชัดเจน
  • เสริมเกราะกันป่วย: ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามที่จะได้รับจากวิตามิน แต่วิตามินดริปยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน บรรเทาอาการภูมิแพ้อากาศ และช่วยลดโอกาสการเป็นหวัดได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

IV Drip อันตรายไหม

  • มีความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากที่ฉีดเข้าไปเป็นวิตามิน และแร่ธาตุตามธรรมชาติ ที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ และสามารถขับออกทางปัสสาวะได้เองตามธรรมชาติ ไม่ใช่สารตกค้างที่เป็นอันตราย
  • ความเสี่ยงที่ต้องระวัง จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อทำในสถานที่ที่ไม่ได้รับมาตรฐาน ตัวยาไม่ได้คุณภาพ หรือไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์
file-1g5QV0y9b-zNTxIMvPWm0GLTV2RcSF9pH

ขั้นตอนการทำ IV Drip

  • ประเมิน: กรอกประวัติ และเลือกสูตรที่เหมาะสม
  • เตรียมตัวยา: พยาบาล/ บุคคลากรทางการแพทย์จะผสมวิตามินสดตามมาตรฐานการปลอดเชื้อ
  • เปิดเส้นเลือด: ทำความสะอาดฆ่าเชื้อผิวหนังบริเวณที่จะฉีด และทำการเปิดเส้นเลือดดำบริเวณข้อพับ หรือหลังมือด้วยเข็มขนาดเล็กมาก
  • ระหว่างดริป: ปล่อยให้วิตามินค่อยๆ ไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างช้าๆ ใช้เวลาประมาณ 15 - 45 นาที สามารถนอนพักผ่อน หรือเล่นมือถือได้สบาย
  • เสร็จสิ้น: พยาบาล/ บุคคลากรทางการแพทย์นำสายออก ปิดแผลห้ามเลือด และคนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น

IV Drip เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ อ่อนเพลีย สมองล้า
  • ผู้ที่เจ็บป่วยง่าย เป็นหวัดบ่อย หรือทรมานจากโรคภูมิแพ้สภาพอากาศ
  • ผู้ที่ต้องการกู้ผิวโทรมอย่างเร่งด่วน ผิวแห้งกร้าน หมองคล้ำจากการตากแดด
  • ผู้ที่รักสุขภาพแต่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง หรือทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่

การทำ IV Drip ต้องระวังอะไรบ้าง

  • กลุ่มเสี่ยงที่ต้องแจ้งแพทย์หรือหลีกเลี่ยง:
  • สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง หรือภาวะไตเสื่อม
  • ผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ห้ามดริปวิตามินซีขนาดสูงเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เม็ดเลือดแดงแตกได้
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาหรือสารอาหารบางประเภท
  • มาตรฐาน: ต้องทำในคลินิกหรือสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ สะอาด มีใบอนุญาตประกอบการถูกต้องและตัวหัตถการต้องดำเนินการโดยแพทย์หรือพยาบาลวิชาชีพที่มีใบประกอบเท่านั้น

IV Drip ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผลลัพธ์?

  • รู้สึกได้ตั้งแต่ ครั้งแรกหลังทำภายใน 1-3 วัน ร่างกายจะกระปรี้กระเปร่าขึ้นอย่างชัดเจน
  • ความนุ่มลื่นจะสัมผัสได้ตั้งแต่สัปดาห์แรก แต่การกระจ่างใสของผิวและลดจุดด่างดำจะเริ่มเห็นผล เมื่อทำต่อเนื่องกัน 3 - 5 ครั้งขึ้นไป
  • เพื่อผลลัพธ์สูงสุด แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้งในเดือนแรก และหลังจากนั้นสามารถทำเดือนละ 1-2 ครั้ง แต่ต้องทำควบคู่กับการทาครีมกันแดด SPF 50+ ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อคงสภาพผิวและสุขภาพที่ดีไว้ค่ะ

การทำ IV Drip เป็นหนึ่งในนวัตกรรม Wellness & Aesthetics ที่คุ้มค่าและตอบโจทย์วิถีชีวิตคนยุคใหม่มากที่สุด เพราะช่วยเติมเต็มสารอาหารเข้าสู่เซลล์ได้ทันที

เกือบ 100% แต่ควรพิจารณาเป็น "ตัวช่วยเสริมประสิทธิภาพสูง" ควบคู่ไปกับการทานอาหาร และการนอนพักผ่อน และที่สำคัญที่สุด ต้องเลือกรับบริการจากคลินิกที่ได้มาตรฐาน และดูแลโดยแพทย์เพื่อความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สูงที่สุด

คำถาม

1. การดริปวิตามินผ่านสายน้ำเกลือแบบนี้ มันให้ผลลัพธ์ต่างจากการที่ซื้อวิตามินเป็นเม็ดๆ มาทานเองยังไง

  • การทานวิตามินแบบเม็ด จะผ่านระบบทางเดินอาหาร ต้องเจอกรดในกระเพาะ และเอนไซม์ต่าง ๆ ทำให้มีสารอาหารไปดูดซึมที่ลำไส้ และผ่านตับเพื่อนำไปใช้จริงได้เพียง 20% - 50% ถ้าคนไข้มีภาวะลำไส้แปรปรวน หรือระบบดูดซึมมีปัญหา ประสิทธิภาพก็จะยิ่งลดลงไปอีกครับ ในขณะที่การทำ IV Drip คือการส่งวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระเข้าสู่กระแสเลือดดำโดยตรง ร่างกายจึงสามารถดูดซึม และนำไปใช้ฟื้นฟูเซลล์ที่อ่อนล้าได้ทันที 100% โดยไม่มีการสูญเสียในระบบย่อยอาหารเลยครับ จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า การให้วิตามินทางหลอดเลือดดำสามารถทำให้ระดับวิตามินในกระแสเลือดสูงกว่าการรับ

ประทานอย่างเห็นได้ชัด จึงตอบโจทย์ความต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว และชัดเจนได้ดีกว่าครับ

2. อันตรายหรือมีผลข้างเคียงไหม

  • หากทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน จะมีความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากวิตามินบริสุทธิ์ สามารถขับออกทางปัสสาวะได้เองตามธรรมชาติ จึงไม่เกิดการตกค้าง และอาจมีรอยเข็มหรือรอยช้ำเขียวเล็กๆ บริเวณที่เจาะเข็ม ซึ่งจะจางหายไปเองใน 1 - 7 วัน รวมถึงอาจรู้สึกขมคอขณะเดินยา หรือรู้สึกร้อนวูบวาบเล็กน้อย ซึ่งเกิดจากการไหลเวียนของสารละลายในเส้นเลือด ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่มีอันตรายใดๆ ครับ

3. ถ้าหยุดทำผิวจะกลับมาดำไหม

  • ตัวยาวิตามินไม่ได้ทำให้ผิวบางลง หรือทำให้ผิวคล้ำขึ้นเมื่อหยุด การดริปผิวไม่ใช่การเปลี่ยนเม็ดสีผิวอย่างถาวร หากหยุดทำแล้วผิวไปเผชิญแสงแดด มลภาวะ หรือรังสี UV ร่างกายก็จะกระตุ้นให้เซลล์ผิว ผลิตเม็ดสีเมลานินออกมาตามกลไกธรรมชาติ ทำให้ผิวกลับมาหมองคล้ำตามเฉดผิวเดิมได้ หมอแนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มีค่าป้องกัน SPF 50+ PA++++ เป็นประจำทุกวัน ควบคู่กับการบำรุงผิว และดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและคงผลลัพธ์ของผิวพรรณไว้

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

นัดหมายเข้ารับคำปรึกษาและประเมินผิวฟรี ที่ Groove Skin Clinic ทุกสาขา