สิว คือ อะไร?
“สิว” (Acne หรือ Acne Vulgaris) อาจจัดได้ว่าเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังชนิดหนึ่งที่พบได้ค่อนข้างมากในปัจจุบัน โดยมีสาเหตุเกิดจากการอักเสบ ติดเชื้อของต่อมไขมันและรูขุมขน (Pilosebaceous unit) ซึ่งพบบ่อยในบริเวณที่มีต่อมไขมันหนาแน่น เช่น ใบหน้า หน้าอก หลัง และหัวไหล่
สาเหตุของการเกิดสิว
ในสภาวะปกติร่างกายของคนเราจะมีต่อมไขมันเพื่อผลิตน้ำมัน (Sebum) ขึ้นมาเคลือบผิวและเส้นผมเพื่อลดการระเหยของน้ำออกจากร่างกายปรับสมดุลให้มีความชุ่มชื้นบริเวณชั้นผิว น้ำมันที่ถูกผลิตออกมาจะถูกระบายออกตามรูขุมขนในทุกๆส่วนของร่างกาย โดยจะสังเกตได้ว่าบริเวณใดที่มีต่อมไขมันและรูขุมขนหนาแน่นมักจะเป็นจุดที่เกิดสิวได้มากที่สุด แต่เมื่อใดก็ตามที่ระบบนี้เกิดความไม่สมดุลของการผลิตไขมันที่มากเกินไป แต่การระบายออกน้อยกว่าที่ควรจะเป็น หรือทางออกอุดตันทั้งจากไขมันที่ผลิตเองจับตัวเป็นก้อนและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ก็จะทำให้เกิดเป็นตุ่มนูน ตุ่มหนอง หรือถุงซีสต์ใต้ผิวหนัง ซึ่งเราเรียกอาการเหล่านี้โดยรวมว่า “สิว” นั่นเอง ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดความไม่สมดุลเหล่านี้ จะสามารถแบ่งออกเป็นปัจจัยหลักได้ 2 ปัจจัยคือ

ปัจจัย 1: กลไกพื้นฐานตามธรรมชาติ
เป็นกระบวนการทำงานปกติของผิวหนังที่ทำงานไม่สมดุลกัน ทำให้เกิด สิว โดยสามารถแบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอนการเกิดได้ดังนี้
ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไป
เมื่อฮอร์โมนพุ่งสูงขึ้น ซึ่งฮอร์โมนมักจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงวัยรุ่น ในช่วงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียด หรือช่วงสตรีใกล้มีประจำเดือน ต่อมไขมันจะถูกกระตุ้นให้ผลิตน้ำมันออกมามากเกินไปจนไม่สามารถระบายออกได้ทัน ผิวหนังจะค่อนข้างมันและทำให้เกิดไขมันสะสมอยู่
เมื่อร่างกายมีการผลัดเซลล์ผิวผิดปกติ
เซลล์ผิวที่ตายแล้วมีการเกาะบนผิวหนังแน่นแทนการหลุดร่วงออกไป หรือจับกันเป็นกลุ่มก้อนอุดตันบริเวณปากรูขุมขน หรือเกิดการอุดตันของไขมัน หรือ Comedone เมื่อน้ำมันส่วนเกินที่ถูกร่างกายผลิตออกมามารวมตัวกับขี้ไคลที่สะสมอยู่บริเวณผิว หรือรูขุมขนที่เปิด จะเกิดการรวมตัวจับกันเป็นก้อนแข็งอุดตันรูขุมขนบริเวณนั้น จะทำให้เกิดเป็นสิวหัวขาวหรือสิวหัวดำนั่นเอง
หากต่อมา ได้รับเชื้อแบคทีเรียหรือมีแบคทีเรียเกิดขึ้นหรือเกิดการอักเสบขึ้น
แบคทีเรียเจ้าถิ่นเหล่านี้จะเข้ามากินน้ำมันที่อุดตันอยู่บริเวณรูขุมขนแล้วเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว กลไกธรรมชาติของร่างกายจะส่งเม็ดเลือดขาวมาต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ จึงทำให้รูขุมขนที่อุดตันอยู่นั้น บวม แดง มีอาการเจ็บ และกลายเป็นสิวอักเสบในที่สุด
กลุ่มที่ 2: ปัจจัยพิเศษจากสารเคมี ระบบฮอร์โมนภายในร่างกาย และรอยโรคอื่นๆ
สิวที่เกิดจากสาเหตุเหล่านี้จะมีความซับซ้อนขึ้นเพราะเป็นผลลัพธ์โดยตรงจากโรค หรือสารเคมีที่เข้ามาเปลี่ยนระบบการทำงานของร่างกาย ทำให้เราต้องรักษาต้นเหตุร่วมกับการรักษาสิวร่วมด้วย
สิวสเตียรอยด์
เป็นกลุ่มสิวที่เกิดจากการใช้สารสเตียรอยด์ทั้งทางตรง หรือสเตียรอยด์แฝงจากแหล่งที่มาที่อาจจะไม่สามารถระบุส่วนผสมแน่ชัดไม่ว่าจะเป็นแบบทา กิน หรือฉีด สารนี้จะเข้าไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานหนักขึ้น พร้อมกับกดภูมิคุ้มกันของผิวทำให้ผิวอ่อนแอลงและเกิดการอุดตันของรูขุมขนขึ้นมาพร้อมๆกัน
สิวที่เกิดจากโรค PCOS
เป็นโรคระบบต่อมไร้ท่อในผู้หญิงที่ทำให้รังไข่ผลิตฮอร์โมนเพศชาย (Androgen) สูงเกินไป ซึ่งฮอร์โมนนี้จะส่งผลโดยตรงในการทำให้ต่อมไขมันขยายใหญ่และผลิตน้ำมันออกมากขึ้นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการอุดตันของต่อมไขมันขนาดใหญ่ได้ง่าย
โรคของต่อมหมวกไต
เช่น ภาวะ CAH หรือเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต ซึ่งทำให้กระบวนการผลิตฮอร์โมนลัดวงจร ร่างกายจะเปลี่ยนสารตั้งต้นไปผลิตเป็นฮอร์โมนเพศชายทำให้เกิดฮอร์โมนเพศชายพุ่งสูงแทน หรือในกรณีโรค Cushing's syndrome ที่มีฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงเกินไป ทั้งสองภาวะนี้จะเข้าไปกระตุ้นต่อมไขมันอย่างรุนแรง จนเกิดสิวอักเสบทั่วใบหน้า หน้าอก และแผ่นหลัง
ประเภทของสิว


ความรุนแรงของสิว แบ่งออกเป็น 3 ระดับ
เราควรรู้ระดับความรุนแรงของสิว ก่อนที่จะได้เข้ารับการรักษา และเราจะได้รู้ว่า ระดับสิวประมาณนี้ ควรเข้ารับการรักษาโดยแพทย์หรือไม่
ระดับความรุนแรงเล็กน้อย
- จำนวนสิวอุดตันไม่ควรเกิน 20 เม็ด
- จำนวนสิวอักเสบไม่ควรเกิน 10 เม็ด
ระดับความรุนแรงปานกลาง
- จำนวนสิวอุดตันมีมากกว่า 20 เม็ด และไม่ควรเกิน 100 เม็ด
- จำนวนสิวอักเสบมีมากกว่า 10 เม็ด และไม่ควรเกิน 50 เม็ด
ระดับความรุนแรงมาก (Severe Acne)
- จำนวนสิวอุดตันมีมากกว่า 100 เม็ด
- จำนวนสิวอักเสบมีมากกว่า 50 เม็ด
- จำนวนสิว cyst หรือ nodule
ขั้นตอนการรักษาสิวที่ GROOVE Clinic
ปรึกษาแพทย์
- แพทย์จะประเมินปัญหาสิว ว่ามีประเภทสิวแบบไหน และปริมาณจำนวนสิวบนใบหน้าว่ามีมากน้อยเท่าไหร่ จะได้วิเคราะห์ระดับความรุนแรงของสิว
- แพทย์แนะนำโปรแกรมการรักษาสิวที่เหมาะสม
- แจ้งรายละเอียดและขั้นตอนการรักษา ก่อนเริ่มการรักษาทุกเคส

ทำความสะอาดผิว ด้วย Double Cleansing Techniques

การกดสิว

ฉายแสง Healite Lutronic
ซึ่งเป็นเครื่อง Low level Laser ช่วยฟื้นฟู สมานผิวและลดการอักเสบ

เลเซอร์ลดรอยแดงและรอยดำ
- PicoPlus Laser, (Pico Plus / PicoCare 450)
- Q-Switch Nd:YAG Spectra Gold
- IPL เลเซอร์ลดรอยแดง ฆ่าเชื้อสิว ลดการอักเสบ ลดการบวมแดง และช่วยลดโอกาสการเกิดหลุมสิว

ฉีดสิว
(แนะนำเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น)

ยาทาและสกินแคร์ที่เหมาะสม

ยาทาน
(ตามจำเป็น)


ผลลัพธ์ก่อน-หลังจริง
จากผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจริง — กดที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่
คำถามที่พบบ่อย
ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของสิว โดยทั่วไปสิวอักเสบเล็กน้อยจะเห็นผลใน 2-4 สัปดาห์ สิวเรื้อรังหรือสิวฮอร์โมนอาจใช้เวลา 2-3 เดือน แพทย์จะติดตามผลและปรับแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง
ปรึกษาฟรีครับ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการพบแพทย์ครั้งแรก แพทย์จะวิเคราะห์ผิว อธิบายสาเหตุ และแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสม พร้อมแจ้งค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มรักษาทุกครั้ง
ใช้ยาชาทาก่อนทำหัตถการ ทำให้ไม่เจ็บหรือเจ็บน้อยมาก หลังทำอาจมีรอยแดงเล็กน้อย 1-2 วัน การกดสิวโดยแพทย์ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดแผลเป็นและหลุมสิวได้
รักษาได้ครับ สิวฮอร์โมนมักเกิดบริเวณกรามและคาง แพทย์จะประเมินและอาจใช้ยาปรับฮอร์โมนร่วมกับการรักษาภายนอก เพื่อควบคุมสิวอย่างมีประสิทธิภาพ
ถ้ารักษาถูกวิธีและดูแลผิวอย่างต่อเนื่อง สิวจะไม่กลับมา แพทย์จะแนะนำวิธีดูแลผิวหลังการรักษาเพื่อป้องกันการเกิดสิวซ้ำ
พร้อมเริ่มรักษาหรือยัง?
ปรึกษาแพทย์ผู้มากประสบการณ์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
