
สิว
สิว คือ อะไร
"สิว" (Acne หรือ Acne Vulgaris) อาจจัดได้ว่าเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังชนิดหนึ่งที่พบได้ค่อนข้างมากในปัจจุบัน โดยมีสาเหตุเกิดจากการอักเสบ ติดเชื้อของต่อมไขมันและรูขุมขน (Pilosebaceous unit) ซึ่งพบบ่อยในบริเวณที่มีต่อมไขมันหนาแน่น เช่น ใบหน้า หน้าอก หลัง และหัวไหล่
สาเหตุของการเกิดสิว

ในสภาวะปกติร่างกายของคนเราจะมีต่อมไขมันเพื่อผลิตน้ำมัน (Sebum) ขึ้นมาเคลือบผิวและเส้นผมเพื่อลดการระเหยของน้ำออกจากร่างกายปรับสมดุลให้มีความชุ่มชื้นบริเวณชั้นผิว น้ำมันที่ถูกผลิตออกมาจะถูกระบายออกตามรูขุมขนในทุกๆส่วนของร่างกาย โดยจะสังเกตได้ว่าบริเวณใดที่มีต่อมไขมันและรูขุมขนหนาแน่นมักจะเป็นจุดที่เกิดสิวได้มากที่สุด แต่เมื่อใดก็ตามที่ระบบนี้เกิดความไม่สมดุลของการผลิตไขมันที่มากเกินไป แต่การระบายออกน้อยกว่าที่ควรจะเป็น หรือทางออกอุดตันทั้งจากไขมันที่ผลิตเองจับตัวเป็นก้อนและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว
ก็จะทำให้เกิดเป็นตุ่มนูน ตุ่มหนอง หรือถุงซีสต์ใต้ผิวหนัง ซึ่งเราเรียกอาการเหล่านี้โดยรวมว่า "สิว" นั่นเอง ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดความไม่สมดุลเหล่านี้ จะสามารถแบ่งออกเป็นปัจจัยหลักได้ 2 ปัจจัยคือ
ปัจจัย 1กลไกพื้นฐานตามธรรมชาติ เป็นกระบวนการทำงานปกติของผิวหนังที่ทำงานไม่สมดุลกัน ทำให้เกิด สิว โดยสามารถแบ่งได้เป็น 4 ขั้นตอนการเกิดได้ดังนี้
- ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไป (Sebum Production) เมื่อฮอร์โมนพุ่งสูงขึ้น ซึ่งฮอร์โมนมักจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงวัยรุ่น ในช่วงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียด หรือช่วงสตรีใกล้มีประจำเดือน ต่อมไขมันจะถูกกระตุ้นให้ผลิตน้ำมันออกมามากเกินไปจนไม่สามารถระบายออกได้ทัน ผิวหนังจะค่อนข้างมันและทำให้เกิดไขมันสะสมอยู่
- เมื่อร่างกายมีการผลัดเซลล์ผิวผิดปกติ (Hyperkeratinization) เซลล์ผิวที่ตายแล้วมีการเกาะบนผิวหนังแน่นแทนการหลุดร่วงออกไป หรือจับกันเป็นกลุ่มก้อนอุดตันบริเวณปากรูขุมขน หรือเกิดการอุดตันของไขมัน หรือ Comedone เมื่อน้ำมันส่วนเกินที่ถูกร่างกายผลิตออกมามารวมตัวกับขี้ไคลที่สะสมอยู่บริเวณผิว หรือรูขุมขนที่เปิด จะเกิดการรวมตัวจับกันเป็นก้อนแข็งอุดตันรูขุมขนบริเวณนั้น จะทำให้เกิดเป็นสิวหัวขาวหรือสิวหัวดำนั่นเอง
- หากต่อมา ได้รับเชื้อแบคทีเรียหรือมีแบคทีเรียเกิดขึ้นหรือเกิดการอักเสบขึ้น (C. acnes & Inflammation): แบคทีเรียเจ้าถิ่นหล่านี้จะเข้ามากินน้ำมันที่อุดตันอยู่บริเวณรูขุมขนแล้วเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว กลไกธรรมชาติของร่างกายจะส่งเม็ดเลือดขาวมาต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ จึงให้ให้รูขุมขนที่อุดตันอยู่นั้น บวม แดง มีอาการเจ็บ และกลายเป็นสิวอักเสบในที่สุด
กลุ่มที่ 2ปัจจัยพิเศษจากสารเคมี ระบบฮอร์โมนภายในร่างกาย และรอยโรคอื่นๆ
สิวที่เกิดจากสาเหตุเหล่านี้จะมีความซับซ้อนขึ้นเพราะเป็นผลลัพธ์โดยตรงจากโรค หรือสารเคมีที่เข้ามาเปลี่ยนระบบการทำงานของร่างกาย ทำให้เราต้องรักษาต้นเหตุร่วมกับการรักษาสิวร่วมด้วย
2.1 สิวสเตียรอยด์ (Steroid-Induced Acne)
เป็นกลุ่มสิวที่เกิดจากการใช้สารสเตียรอยด์ทั้งทางตรง หรือสเตียรอยด์แฝงจากแหล่งที่มาที่อาจจะไม่สามารถระบุส่วนผสมแน่ชัดไม่ว่าจะเป็นแบบทา กิน หรือฉีด สารนี้จะเข้าไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานหนักขึ้น พร้อมกับกดภูมิคุ้มกันของผิวทำให้ผิวอ่อนแอลงและเกิดการุอดตันของรูขุมขนขึ้นมาพร้อมๆกัน
จุดสังเกตของสิวประเภทนี้ : ลักษณะของสิวเป็นตุ่มแดงหรือหัวขาวเม็ดเล็กๆ ขนาดเท่ากัน เกิดขึ้นพร้อมกันกระจายทั่วบริเวณที่สัมผัสสาร
2.2 สิวที่เกิดจากโรค PCOS (ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ)
เป็นโรคระบบต่อมไร้ท่อในผู้หญิงที่ทำให้รังไข่ผลิตฮอร์โมนเพศชาย (Androgen) สูงเกินไป ซึ่งฮอร์โมนนี้จะส่งผลโดยตรงในการทำให้ต่อมไขมันขยายใหญ่และผลิตน้ำมันออกมากขึ้นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการอุดตันของต่อมไขมันขนาดใหญ่ได้ง่าย
จุดสังเกต: ลักษณะของสิวที่เกิดจากภาวะนี้ มักจะเป็นสิวอักเสบหรืออุดตันเม็ดใหญ่ เจ็บลึก ขึ้นหนาแน่นบริเวณครึ่งล่างของใบหน้า (กราม คาง รอบปาก) ควบคู่กับอาการหน้ามัน เส้นขนดก ร่วมกับประจำเดือนมาไม่ปกติ
2.3 โรคของต่อมหมวกไต (Adrenal Disorders)
เช่น ภาวะ CAH หรือเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต ซึ่งทำให้กระบวนการผลิตฮอร์โมนลัดวงจร ร่างกายจะเปลี่ยนสารตั้งต้นไปผลิตเป็นฮอร์โมนเพศชายทำให้เกิดฮอร์โมนเพศชายพุ่งสูงแทน หรือในกรณีโรค Cushing's syndrome ที่มีฮอร์โมนคอร์ติซอลสูงเกินไป ทั้งสองภาวะนี้จะเข้าไปกระตุ้นต่อมไขมันอย่างรุนแรง จนเกิดสิวอักเสบทั่วใบหน้า หน้าอก และแผ่นหลัง
ประเภทของสิว

สิวหัวขาว (White heads)
ลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ สีขาวหัวปิด

สิวหัวดำ (Black heads)
เป็นสิวอุดตันหัวเปิด ลักษณะเป็นจุดดำ เกิดจากไขมันที่สัมผัสกับออกซิเจน ทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน จนกลายเป็นสีดำ

สิวเสี้ยน (Trichostasis Spinulosa)
มีลักษณะเป็นจุดดำหรือเสี้ยนเล็ก ๆ เกิดจากความผิดปกติของรูขุมขนที่มีขนอ่อนเส้นเล็ก ๆ ไปอุดตันต่อมไขมัน

สิวผด (Acne aestivalis)
เกิดจากการถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยบางอย่าง เช่น ความร้อน, ฝุ่น, รังสี UVA มีลักษณะเป็นตุ่มขนาดเล็กมาก ๆ ไม่ชัดเจน

สิวหัวหนอง (Pustules)
หรือสิวหัวเหลือง ลักษณะเป็นตุ่มบวมแดงขนาดใหญ่ ด้านบนเป็นหนองสีเหลืองบวมนูน

สิวอักเสบขนาดใหญ่ (Nodules)
หรือสิวไต สิวอักเสบที่อยู่ชั้นผิวหนังด้านล่างคล้ายสิวหัวช้าง แต่เล็กกว่า มีลักษณะเป็นก้อนนูนแดง มีลักษณะเป็นก้อนแข็งใต้ผิวหนัง ไม่มีหัวสิว

สิวซีสต์ หรือ สิวหัวช้าง (Acne cysts)
เป็นสิวอักเสบชนิดรุนแรงที่มีขนาดใหญ่ เป็นตุ่มนูนแดงหรือก้อนแข็งใต้ผิวหนัง มีอาการเจ็บร้าว ไปยังผิวหนังรอบ ๆ
ความรุนแรงของสิว แบ่งออกเป็น 3 ระดับ
เราควรรู้ระดับความรุนแรงของสิว ก่อนที่จะได้เข้ารับการรักษา และเราจะได้รู้ว่า ระดับสิวประมาณนี้ ควรเข้ารับการรักษาโดยแพทย์หรือไม่
ระดับความรุนแรงเล็กน้อย
สามารถรักษาเองได้เบื้องต้น
- จำนวนสิวอุดตันไม่ควรเกิน 20 เม็ด
- จำนวนสิวอักเสบไม่ควรเกิน 10 เม็ด
ระดับความรุนแรงปานกลาง
แนะนำให้เริ่มปรึกษาแพทย์
- จำนวนสิวอุดตันมีมากกว่า 20 เม็ด และไม่ควรเกิน 100 เม็ด
- จำนวนสิวอักเสบมีมากกว่า 10 เม็ด และไม่ควรเกิน 50 เม็ด
ระดับความรุนแรงมาก (Severe Acne)
เเนะนำควรรีบปรึกษาแพทย์
- จำนวนสิวอุดตันมีมากกว่า 100 เม็ด
- จำนวนสิวอักเสบมีมากกว่า 50 เม็ด
- จำนวนสิว cyst หรือ nodoud
ขั้นตอนการรักษาสิวที่ GROOVE Clinic
ปรึกษาแพทย์
- แพทย์จะประเมินปัญหาสิว ว่ามีประเภทสิวแบบไหน และปริมาณจำนวนสิวบนใบหน้าว่ามีมากหน้อยเท่าไหร่ จะได้วิเคราะห์ระดับความรุนแรงของสิว
- แพทย์แนะนำโปรแกรมการรักษาสิวที่เหมาะสม
- แจ้งรายละเอียดและขั้นตอนการรักษา ก่อนเริ่มการรักษาทุกเคสารรักษา

ทำความสะอาดผิว ด้วย Double Cleansing Techniques

การกดสิว

ฉายแสง Healite Lutronic ซึ่งเป็นเครื่อง Low level Laser ช่วยฟื้นฟู สมานผิวและลดการอักเสบ

เลเซอร์ลดรอยแดงและรอยดำ
- PicoPlus Laser,( Pico Plus / PicoCare 450 )
- Q-Swich Nd:YAG Spectra Gold
- IPL เลเซอร์ลดรอยแดง ฆ่าเชื้อสิว ลดการอักเสบ ลดการบวมแดง และช่วยลดโอกาสการเกิดหลุมสิว

ฉีดสิว (แนะนำเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น)

ยาทาและสกินแคร์ที่เหมาะสม

ยาทาน(ตามจำเป็น)

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
นัดหมายเข้ารับคำปรึกษาและประเมินผิวฟรี ที่ Groove Skin Clinic ทุกสาขา
